Article 78 with the VegusBet 2017




เวบพนันบอลออนไลน์ ที่ดีที่สุด ฝากขั้นต่ำ 60 มาแล้วครับ website แทงบอลออนไลน์เปิดบริการตลอดเวลา ปลอดภัย แล้วก็ ได้มาตรฐาน สามารถยอมรับ ตามหลักสากล 8 ยูส เล่นได้ทุกอย่าง การคลังมั่นคงจ่ายหนักจ่ายจริงฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ เวปตรงไม่ผ่านเอเยนต์แทงบอลสเต็ปบาคาร่าออนไลน์คืนค่าคอมสูงสุด 83% คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงบาคาร่าออนไลน์ทำเงินให้ได้สมัครง่ายไม่ยุ่งยากหลายเกมส์ให้ร่วมสนุกสนานคาสิโนออนไลน์ที่ใหญ่และนิยมที่สุดในไทย ทำรายการฝาก ภายในเวลา 7 นาที รองรับมือถือ android และ ios เปิดมานานกว่า 7 ปี ให้บริการแทงบอลออนไลน์คาสิโนออนไลน์ Slots,Casino,Slot Machines,Bingo,Poker หวยมั่นคงได้เงินจริง

4 แมตช์พรีเมียร์ลีก
4 แมตช์พรีเมียร์ลีก
ผ่านพ้นไป 4 นัดหมายสำหรับบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ
"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะรวดกลุ่มเดียว 4 นัด 12 คะแนน ภายหลังทำศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ด้วยความมีชัยที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ในขณะที่ "เต็งสาม" ล่าสุดเสมอสวอนซี 2-2 ในเกมที่ ดีเอโก คอสต้า กลายเป็นเป้าของกองหลังสวอนซี ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกขอรับเพราะเหตุว่าโค้ชทีมหงส์ขาวชื่อ ฟรานเชสโก กุยโดลิน โค้ชซึ่งมีสไตล์การทำงานตามฉบับผู้ฝึกสอนอิตาลีที่ขึ้นชื่อประเด็นการจัดกระบวนเกมรับ
ผลเสมอทำให้เชลซีหยุดสถิติชนะรวดไว้ที่ 3 นัดหมาย แต่ว่าถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีในยุคสมัยใหม่ของ อันโตนีโอ คอนเต และก็ในฐานะเต็งสามนั้นพวกเขาตามหลังกลุ่มชนะรวดอย่าง "เรือใบ" พร้อมด้วยมุ่งหน้าเพื่อไปสู่การลุ้นแชมป์ต่อไป

4 นัดที่ผ่านไปมีอะไรน่าดึงดูดบ้าง
"แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้" เว็บพนันบอลออนไลน์ ผ่านตาไปพร้อมกับเรื่องจริงที่ว่าฟุตบอลมีสองครึ่งรวมทั้งแทกตำหนิกของบอลไม่มีอะไรลบ มีแต่บวก สังกัดว่าคุณใช้ได้ผลแค่ไหน หากรุกก็จำเป็นต้องรุกให้ได้ประสิทธิภาพแล้วก็ชนะ หากรับแล้วสวน คุณก็จะต้องรับให้รัดกุมแล้วสวนให้ได้ประตู
ภาพกว้างๆมันคือที่ตรงนั้น
แน่นอนว่า "เรือใบสีฟ้า" ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แปลกตาจากฤดูกาลที่แล้วแล้วก็ในฐานะเต็งแชมป์เล่นอย่างงี้พวกเขาย่อมมีโอกาสอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าผมให้ "เรือใบ" เล่นได้เหมือนแชมป์เพียงแค่ 35 นาทีของเกม
ตอนนำ 2-0 พวกเขาเล่นเหมือนแชมเปี้ยนส์จริงๆ
แต่ทว่าฟุตบอลเล่น 90 เว็บแทงบอลออนไลน์ นาที ถ้าอยากจะเป็นแชมป์ก็ต้องเล่นให้ได้อย่างงั้นตลอด 90 นาที ทั้งยังบอลมันพึ่งเริ่มต้นไปเพียงแค่ 270 นาที ของการแข่งขันชิงชัยสามนัดแรก มันยังมีอีกตั้งไกลกว่าจะประสบความสำเร็จ
"เรือใบสีฟ้า" ยังมีจุดอ่อน ซึ่ง โชเซ มูรินโญ ก็มองเห็น
แน่ๆแทกติเตียนกของ มูรินโญ คือรับแล้วสวนแล้วก็อยากได้แต้มรวมทั้งลุ้นชนะด้วยแทกว่ากล่าวกของตนเอง แต่ว่าเกมแพลนลานมันพังทลายเนื่องจากแมนฯสิตี้ คอนโทรลเกมเจริญ การรุก เควิน เดอ บรอยน์, โนลิโต้ ทำได้ดีจริงๆนี่ ราฮีม สเตอริง ดรอปลงไปจากมาตาฐานเดิม
ดินแดนกลาง แฟร์นานโด, ดาบิด สิลบา คือหัวใจในการช่วงชิงและก็คุมพื้นที่ได้หมด ทำให้การคอนโทรลเกมของแมนฯสิตี้ เป็นไปด้วยดี แต่โน่นเกิดขึ้นเนื่องจากการมีส่วนร่วมจากกองหลังแมนฯยูฯ ที่ประมาท เผลอเรอ แล้วก็เสียสมาธิ
จากการเล่นบอลในแดนข้างหลังของแมนฯสิตี้ จาก บราโอ้อวด ที่ผ่านบอลให้ วัวลารอฟ ในจังหวะเด็กผีเพรสซิงแดนบน แล้วหลังจากนั้น โคลารอฟ เปิดยาวมาด้านหน้า อีกเฮียที่นาโช กระโดดขึ้นโหม่งสะบัด...นั่น เอริก ไบยี ไม่ประกบ เขาปล่อยให้โหม่ง
ตามหลังชนได้จำต้องชน...ถ้าหากไม่ทัน
อิกเฮียทุ่งนาโช โหม่งสลัดบอลจังหวะสองเป็น เดอ บรอยน์ โฉบตัดหน้า ดาลีย์ บลินด์ ซึ่งเป็นตัวซ้อน ก็เหม่อลอยอออ ทำให้ เดอ บรอยน์ แตะต้องบอลได้ ทะลุเข้าเขตโทษ แต่งอีกหนึ่งครั้งก่อนแปบอลหนี เด เคอา เข้าไปทิ่มตูดตาข่ายอย่างแม่นยำ
1-0 ของ ซิตี้ เกมเล่นง่าย และก็ตามด้วย 2-0 จากจังหวะ เดอ บรอย์ ยิงชนเสาแล้ว อิกเฮียทุ่งนาโช ซ้ำจ่อๆโดย บลินด์ พลาด ไม่เชคล้ำหน้า
ขอแค่ดันขึ้นตามเพื่อนฝูงๆดาวรุ่งแมนฯสิตี้ ก็ล้ำหน้าแล้ว...

นี่คือความบกพร่องที่เกิดขึ้นจากความยอดเยี่ยมในเกมรุกของซิตี้ กับความยอดแย่สำหรับเพื่อการคุ้มครองป้องกันของกองข้างหลัง จากเกมอย่างนี้ แมนฯสิตี้ คิดว่าเหนือกว่า คอนโทรลบอลได้หมด
นั่นความนึกคิดที่ผิด...
ทั้งแมนฯสิตี้ก็ได้เผยข้อเสียให้มองเห็น นั่นเป็น เคลาดิโอ บราโม้ คุ้มครองลูกในอากาศได้ไม่ดีนัก การควบคุมเขตโทษของเขาทำให้เสียประตู 2-1 อันเป็นจุดเปลี่ยนของเกมอย่างแท้จริง เมื่อ บราโอ้อวด ออกมาตัดบอลพลาดแล้ว สลาตัน เก็บตกแล้วก็ใช้วิธีการยิงที่ยอดเยี่ยม ซึ่งกองหน้าคนไม่ใช่น้อยก็ไม่แน่ว่าจะทำได้แบบเขา
เอียงตัววอลเลย์...บอลโดนหลังเท้าเสียบเสาเข้าไปจากจุดนั้น
สกอร์ 2-1 ทำให้รูปโฉมของเกมแปรไปในช่วงหลัง "เรือใบ" เล่นตกลงจากครึ่งแรกแล้วก็แมนฯยูฯ ไล่จวกด้วยบอลขอบเส้นและก็การแก้เกมของ มูรินโญ ด้วยการส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด รวมทั้ง เอร์เรรา ลงแทน มคิทาร์ยาน แล้วก็ เจสซี ลินการ์ด
ขยับ รูนีย์ ไปเล่นด้านขวา ดัน ป๊อกบา ขึ้นหน้าเพราะว่า เอร์เรรา กับ เฟลไลนี เล่นกลางคู่กัน พร้อมกับสปีดบอลที่เร็วขึ้นกว่าเดิม พวกเขาคุมเกมได้นานถึง 10 นาที จนกระทั่ง เป๊ป จะต้องรีบสลับตัวลงมาแก้เกมของตนเองที่เริ่มเสียที
แฟร์นานดินโญ ลงมาแทน อิกเฮียนาโช ปรับ ราฮีม กับ เดอ บรอย์ สลับยืนหน้า เพื่อเพิ่มความดุเดือดในดินแดนกลาง ซึ่งถือว่าสำเร็จ ทำให้เกมของพวกเขากลับมาดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้ดีพอที่จะยิงลูกสามได้ เป็นคอนโทรลเกมได้แต่ว่าคราวนี้เกมรับแมนฯยูฯ แน่นขึ้นกว่าเดิม
เรียกว่าเล่นยาก...จนกระทั่งจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเอา เลอรอย ซาเน ลงมายืนปีกแทน ราฮีม สเตอริง ในอีก 10 นาทีต่อมาเป็นตอน 1 ชั่วโมงพอดี
เกมทรงๆกัน และก็แมนฯยูฯ มีลุ้นตีเสมอได้จากเกมที่เกิดขึ้นมาจากการขึ้นบอลข้างๆ เรียกว่า แมนฯสิตี้ ก็ปั่นป่วนได้แบบเดียวกัน
โอเค...ป๊อกบา บางทีอาจเล่นไม่คุ้มค่าตัว 89 ล้านปอนด์ แม้กระนั้นสิ่งที่ "ซาตานแดง" จะเ้ล่นนั้นไม่ต้องเหมือนแมนฯสิตี้ เพราะเหตุว่าสไตล์โค้ชก็ไม่เสมือนแล้ว อาจจะไปเล่นบอลคอนโทรลแบบแมนฯซิตี้ มิได้ก็ จะต้องเล่นตามทางถนัด
ก็แค่ มคิทาร์ยาน ไม่ใช่ขอบเส้น เขาคือ ตัวหน้าต่ำ ตัวรุก มุ่งหน้าเข้าประตูมากกว่าอยู่ริมสนาม การเปลี่ยนเขาออกภายหลังครึ่งแรกราวกับลงโทษยังไงชอบกล แต่เกมของแมนฯยูณ กลับมาดีขึ้นกว่าเดิม เรียกว่ายกระดับขึ้นมาทำให้เกมรุกแมนฯซิตี้อ่อนลง
10 นาทีท้ายที่สุดยิ่งปั่นป่วนหนักแล้วก็เราได้เห็นอาการจิตตกของ เป๊ป ด้วยเหมือนกัน
โอเค...ผีแพ้ 1-2 และดูราวกับว่าแมนฯซิตี้ คอนโทรลเกมในพื้นที่แดนกลางได้ดียิ่งไปกว่า โดยรวม แม้กระนั้นก็มิได้ดีแบบล้นหลามหรือเหนือชั้นอะไร ตรงกันข้ามพวกเขาก็มีสิทธิ์จะเสียลูกตีเสมอตลอดเวลาจากการจู่โจมตามแบบฉบับแมนฯยูฯ
ทางคนไหนกันทางมัน...แทกติเตียนกคนละสไตล์
ที่เหลือจากนี้ แมนฯยูฯ ด้วยฟอร์มแบบงี้ ผมว่าไปไล่ตบเด็กรับประทานแต้มและอัดกลุ่มกรุ๊ปชปล. อย่างอาร์เซนอล, สเปอร์ส, หงส์แดง แล้วหลังจากนั้นค่อยมาพิสูจน์กับแมนฯซิตี้ ใหม่ หรือเปล่าบางโอกาส "เรือใบ" บางทีอาจเสียทีทำคะแนนร่วงระหว่างทางก็ได้
ผมดูภาพออกมาเป็นแบบนี้....ว่ากลุ่มของ มู ยังได้โอกาสกลับมาตลอดเวลา เพราะว่าถือว่ามันมีอะไรที่ต่างจากเดิมมากมายเลยทีเดียว
"แคแรกเตอร์"....ตัวนักฟุตบอล...โค้ช โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 45 นาทีหลังที่เล่นกับแมนฯซิตี้ มันเป็นแง่บวกที่จะจำต้องต่อยอดถัดไป ไม่ต้องไปซีเรียสกับสไตล์บอลรุก พาสซิงเกม ที่ดูดีของ เป๊ป เพราะจะให้ ป๊อกบา ไปเล่นแบบ ดาบิด? ซิลบา, เดอ บรอยน์ มันไม่ใช่แน่ๆ
ป๊อกบา จะต้องเล่นอย่างที่เขาเล่นกับยูเวนตุสหรือตามแทกตำหนิกที่ มู คงจะจะต้องติวเข้มกันต่อไป
เป๊ป ได้เปรียบกว่าหากแม้ไม่เคยทำบอลอังกฤษมาก่อนคือ "สไตล์" ของเรือใบถูกผลิตเอาไว้แบบพาสสิง เกม เขาแค่มาปรับ มาต่อยอดให้ดีขึ้น ด้วยรายละเอียดของเขาเพียงแค่นั้น เพราะอะไรเขาไม่เลือกคุมแมนฯยูฯ
โน่นเท่ากับว่าเขาจะต้องสร้างทีมใหม่เพื่อให้เล่น พาสซิง เกม ...ที่ไม่ใช่ พาสสิง กลับหลังราวกับ ฟาน กัล
ฤดูกาลอีกยาวไกล...แค่นัดที่สี่เอง ผมว่าเราคงจะได้มองเห็นอะไรดีๆจาก มูรินโญ และก็แมนฯยูฯ ทีมนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งแคแรกเตอร์ของกลุ่มที่มีเลือดนักสู้ เข้มข้น มันกลับมาแล้ว
ตอนที่หงส์แดง เปิดอัฒจันทน์ เมนสแตนด์ ใหม่พร้อมความจุ...ถ้าหากเข้ามาเต็มๆนะครับ 54,074 คน เพิ่มจากเดิม 8,500 คน ซึ่งตั๋วขายหมดจริงแม้กระนั้นเพราะเหตุใดคนหายไปเกือบจะสามพัน เพราะความจุที่รับมือเลสเตอร์ สิตี้ "แชมป์เก่า" มีคู่รักบอลแค่ 51,000 เศษๆแค่นั้น
คนจำนวนไม่น้อยถามว่าความจุที่มากสุดของหงส์แดงมากแค่ไหน..คำตอบเป็น61,905 คน แล้วก็ยอดความจุเฉลี่ยของลิเวอร์พูลตลอดกาลอยู่ที่ 48,127 คน ปีนั้นคือปี 1978 นั่นคือยอดเฉลี่ยสูงสุดทั้งฤดูกาล ถามคำถามว่า 54,047
วันแรกของการเปิดอัฒจันทน์ใหม่หายไป 3,000 คน แล้วความจุเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่เท่าใด
ระวังเก้าอี้ว่างครับ...ขอเตือน
44,000 ในตอนหลายปีล่วงมาแล้วก็ใช่ว่าเต็มทุกนัด
นี่เป็นข้อสังเกตบางประการที่ไม่เกี่ยวกับเกม ซึ่งจะต้องยอมรับว่า "ความตั้งใจจริง" นักเตะแตกต่างกัน ลิเวอร์พูล เอาจริงเอาจังมากยิ่งกว่า ช่วงเวลาที่เลสเตอร์ ความตั้งใจน้อยลงหลังจากได้แชมป์และโน่นคือสิ่งที่ เคลาดิโอ รานิเอรี อาจต้องเปลี่ยนแปลง "ทัศนคติ" ของนักฟุตบอลเลสเตอร์
10 คนแรกชุดเดิม...เพียงแค่ ริยาด ภูตผีปีศาจเรส ผู้เดียวก็ลดความเอาจริงเอาจังลงไปมาก
นี้คือจุดที่ทำให้พวกเขาแพ้หงส์แดงราบคาบ
เช่นเดียวกันนะครับในส่วนของเลสเตอร์ จะต้องเปลี่ยนแปลงเรื่องความมุ่งมั่น...ลิเวอร์พูลคงจะจะต้องปรับเรื่องเกมรับ ลูคัส เลวา รอดตัวไปภายหลังจากจับบอลหลุดเท้าแล้วจะต้องรีบเตะทิ้ง ทำให้เหลี่ยมบอลผ่านหน้าประตูแปลงเป็นส่งให้ เจมี วาร์ดี้ ยิง
ลูคัส ไม่ใช่ตัวจริง เป็นอะไหล่ ในเกมรับแล้วดินแดนกึ่งกลาง เขาอาจจะไม่ใช่ตัวหลักรวมทั้งอนาคต คงจะว่ากันไม่ได้ แต่ภาพรวมเกมรับหงส์แดงจำต้องเปลี่ยนแปลงแน่นอนที่ดี ที่พีคมากมายๆเป็น โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน (สำเนียงโปรเหม็นตุกีส ไม่ใช่เฟอร์มิโน)
ทั้งแอสซิสต์และก็ทำประตู ทำให้เขามีช่องว่างในทีมเยอร์เกน คลอปป์ ตลอดระยะเวลา
ฟีร์มีโน, มาเน น่าจะเป็นตัวสำคัญ ส่วน สเตอริดจ์ ที่ขึ้นๆลงๆเอาแน่ๆมิได้ เล่นดีก็เป็นเทพ เล่นห่วยแตกก็ออกมารได้ และ คูว่ากล่าวนโญ น่าจะจำเป็นต้องชิงตำแหน่งกัน ช่วงเวลาที่ ลัลลานา ไม่ต้องแย่งเก้าอี้กับผู้ใดกัน ด้วยเหตุว่าเขาถอยไปเล่นกลางกับ เฮนโด รวมทั้ง จินี ไวนัลดุ้ม ซึ่งพอดี
หากรักษาฟอร์มอย่างนี้ ลัลลานา มีช่องว่างในกลุ่ม ปล่อยให้ จินี กับ เฮนโด จะต้องแย่งกันลง หาก เอมเร เฉลียง หายกลับมาบริบูรณ์
ถามคำถามว่าสิ่งที่ คลอปป์ จำต้องปรับเว้นเสียแต่ เกมรับให้รัดกุมแล้วมีอื่นใดอีก
1 รักษาฟอร์มให้เล่นดีตลอดเวลารวมทั้งการันตีผลแข่งขันตามผลงานในสนามด้วย เล่นก็ดีแล้วแพ้ มันไม่ผลดีต้องเล่นดีแล้วชนะ ส่วนเล่นไม่ดีแล้วชนะ มันต้องมีบ้างแม้กระนั้นแค่ 5-10% ของซีซั่นครับผม บอลอย่างนี้มันไม่มีในโลกหรอกนะครับที่เล่นไม่ดีแล้วชนะทุกเกม
มันจำเป็นต้องเล่นให้ก็ดีก็เลยจะได้โอกาสชนะ
2 เกมตอบโต้กลับ ข้างหลังตัดบอลได้จำต้องถูกต้องแม่นยำ คม แล้วก็ประสิทธิภาพราวกับที่ดอร์ทมุนด์ ซึ่ง เกเก้น เพรสซิง นั้นมักทำให้ได้ประตู เสมือนเกมที่ชนะบาร์เซโลนาอุ่นเครื่อง 4-0 ที่มีจังหวะตัดบอลได้ 2 ครั้งแดนกลางเป็นสองประตู
ยังมีอะไรให้ปรับแต่งอีกในเรื่องสไตล์การเล่น ซึ่งยังไม่รวม "แมตช์" และก็ "คู่ต่อสู้" ในระดับทอปที่จะจำต้องเจอนับตั้งแต่นี้ต่อไป
ผมยังมั่นใจว่าลุ้นที่ 4 นะพอเพียงไหวอยู่ครับสำหรับเด็กหงส์

การค้นหาที่เกี่ยวข้องกับ เว็บไซต์พนันบอล
เว็บ พนัน ออนไลน์ ฝาก ขั้น ต่ำ 50 เว็บบอลแจกเครดิตฟรี2019 เว็บพนัน ดีที่สุด pantip เว็บพนันบอล m88 เว็บพนันบอล ดีที่สุด pantip พนันบอลออนไลน์ ฟรี แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ vegus168 live